สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ต.ค. 64)–ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อวันศุกร์ (15 ต.ค.) และปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์นับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากการที่บริษัทโกลด์แมน แซคส์เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.ย.

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,294.76 จุด เพิ่มขึ้น 382.20 จุด หรือ +1.09%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,471.37 จุด เพิ่มขึ้น 33.11 จุด หรือ +0.75% และดัชนี Nasdaq 14,897.34 จุด เพิ่มขึ้น 73.91 จุด หรือ +0.50%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 1.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย., ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.8% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 2.2%

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวก นำโดยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มการเงินซึ่งเพิ่มขึ้น 1.76% และ 1.51% ตามลำดับ ส่วนหุ้นลบนำโดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคที่ลดลง 0.23%

ตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่ดีเกินคาด

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานในวันศุกร์ว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนก.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจลดลง 0.2% หลังจากดีดตัวขึ้น 0.9% ในเดือนส.ค.

โกลด์แมน แซคส์เปิดเผยว่า ธนาคารมีกำไรและรายได้ในไตรมาส 3 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจวาณิชธนกิจ

โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า ธนาคารมีกำไร 14.93 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 10.18 ดอลลาร์/หุ้น

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์มีรายได้ 1.361 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.168 หมื่นล้านดอลลาร์

หุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 3.8% และเป็นแรงหนุนดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด โดยกิจกรรมการควบรวมกิจการที่สูงเป็นประวัติการณ์ได้ช่วยหนุนผลกำไรของโกลด์แมน แซคส์

ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคาร ปรับตัวขึ้น 2.1% หลังธนาคารแบงก์ ออฟ อเมริกาและธนาคารอื่นๆ รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ สถาบันการเงินรายใหญ่ของสหรัฐได้ประเดิมเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง ขณะที่นักลงทุนจะยังคงจับตาผลกระทบจากภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะราคาพลังงาน

หุ้นอัลโค คอร์ป พุ่งขึ้น 15.2% หลังรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด, ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน และประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด

หุ้นที่เกี่ยวกับเงินคริปโตและบล็อกเชนปรับตัวขึ้น หลังบิตคอยน์พุ่งแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย. โดยหุ้นไรออท บล็อกเชน ปิดพุ่งขึ้น 6.6%

แต่หุ้นโมเดอร์นา ร่วงลง 2.3% สวนทางตลาด หลังวอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐชะลอการตัดสินใจอนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของโมเดอร์นากับกลุ่มเด็กวัยรุ่น เพื่อตรวจสอบว่าวัคซีนโควิดของโมเดอร์นาเพิ่มความเสี่ยงของโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือไม่

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th–