สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ก.ย. 64)–นางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะพลิกผันจากฟื้นตัวไปเป็นถดถอย หากสภาคองเกรสไม่รีบปรับเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาล

“สภาคองเกรสได้ปรับเพิ่มหรือยกเลิกเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐมาประมาณ 80 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2503 และขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่สภาคองเกรสต้องดำเนินการดังกล่าวอีกครั้ง” นางเยลเลนเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลเมื่อวานนี้ (19 ก.ย.)

“มิฉะนั้น ในเดือนตุลาคม กระทรวงการคลังจะขาดดุลเงินสด และรัฐบาลจะไม่สามารถชำระหนี้ได้” นางเยลเลนเตือน พร้อมย้ำว่า หากไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้จะทำให้เกิด “หายนะทางเศรษฐกิจในวงกว้าง”

“ภายในไม่กี่วัน ชาวอเมริกันหลายล้านคนอาจขาดแคลนเงินสด เราจะได้เห็นการเลื่อนชำระเงินสำคัญ ๆ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ผู้สูงอายุเกือบ 50 ล้านคนอาจไม่ได้เช็คประกันสังคมไปช่วงหนึ่ง ข้าราชการทหารก็อาจไม่ได้รับค่าจ้าง” นางเยลเลนกล่าว

นอกจากนี้ นางเยลเลนยังเตือนว่า หากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ ก็อาจผลักดันให้เกิดวิกฤตการเงินครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจจากเดิมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่แล้วจากวิกฤตด้านสาธารณสุข

นางเยลเลนกล่าวว่า “การผิดนัดชำระหนี้อาจกระตุ้นให้อัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้น, ราคาหุ้นร่วงลงหนัก และเกิดความปั่นป่วนทางการเงิน เศรษฐกิจของเราในปัจจุบันจะพลิกผันจากการฟื้นตัวกลายเป็นถดถอย การเติบโตมูลค่านับพันล้านดอลลาร์และงานนับล้านตำแหน่งจะสูญสิ้น และจะทำให้สหรัฐกลายเป็นชาติที่อ่อนแอลงโดยถาวร”

“จะเลื่อนนัดหรือผิดนัดชำระหนี้ก็ไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้ โดย 17 เดือนที่ผ่านมานี้ได้ทดสอบความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของชาติเรา ตอนนี้เราเพิ่งออกจากวิฤตมาได้ เราต้องไม่กลับไปจมปลักในอีกวิกฤตที่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีก” นางเยลเลนกล่าว

 

–อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/รัตนา โทร.02-2535000 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th–